อีซูซุพระนคร

5 เคล็ดลับดูแลรถยนต์หน้าฝน

เมื่อเริ่มเข้าสู่หน้าฝนแล้ว ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนก็หนีไม่พ้นเม็ดฝนที่โปรยปรายมาเป็นระยะตลอดเส้นทางอย่างแน่นอน ทั้งบดบังทัศนวิสัย รวมถึงพายุและน้ำท่วมก็เป็นอีกอุปสรรคสำหรับคนขับรถยนต์

0 193

เมื่อเริ่มเข้าสู่หน้าฝนแล้ว ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนก็หนีไม่พ้นเม็ดฝนที่โปรยปรายมาเป็นระยะตลอดเส้นทางอย่างแน่นอน ทั้งบดบังทัศนวิสัย รวมถึงพายุและน้ำท่วมก็เป็นอีกอุปสรรคสำหรับคนขับรถยนต์ แน่นอนว่าปัญหาเหล่านี้ถือเป็นปัญหาประจำในฤดูฝนที่เราไม่สามารถเลี่ยงได้ นอกจากนี้ถนนก็ยังลื่นง่าย ยากต่อการควบคุมรถอีกด้วย ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการขับขี่รถยนต์เป็นอย่างมาก ดังนั้นวันนี้อีซูซุพระนครมี 5 เคล็ดลับดูแลรถยนต์หน้าฝนเพื่อการดูแลและขับขี่รถยนต์เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถยนต์ในช่วงหน้าฝนมาฝากกันครับ ไปดูกันเลยว่าจะมีวิธีไหนบ้าง

1. ยางและเบรก 

เริ่มกันที่ข้อแรกด้วยยางรถยนต์และเรื่องของเบรกกันครับ สำหรับยางรถยนต์นั้นเมื่อใช้ไปนานๆ ควรได้รับการตรวจเช็คสภาพ โดนเฉพาะยางที่มีอายุการใช้งานเกิน 3 ปี เพราะยางจะเริ่มเสื่อมสภาพ ขาดความยืดหยุ่น ส่งผลให้การเกาะตัวกับถนนลดลง ส่วนเรื่องของระบบเบรกนั้น เวลาที่เราต้องเบรกกระทันหันหรือเบรกแรงๆ นั้น รถยนต์จะลื่นไถลได้ง่าย อีกทั้งควรเช็คดอกยางเป็นประจำว่าว่าบางไปหรือเปล่า โดยดอกยางที่เหมาะสม ควรสูงมากกว่า 2.5 มม. เพื่อให้การรีดน้ำออกจากตัวยางมีประสิทธิภาพ รถยนต์จะได้ไม่เสียการทรงตัวเมื่อวิ่งผ่านถนนที่มีน้ำเจิ่งนอง ซึ่งระบบเบรกนั้นเราสามารถสังเกตได้ง่ายๆ เมื่อยามที่เบรกแล้วรถยนต์เกิดไถลไปข้างหน้าหรือสะบัดซ้ายขวาหรือไม่ หากมีลักษณะดังกล่าวควรรีบให้ช่างตรวจเช็คโดยด่วนครับ

2. ที่ปัดน้ำฝนและน้ำฉีด 

และสำหรับอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดอีกอย่างในหน้าฝนก็คือ ที่ปัดน้ำฝนและน้ำฉีดกระจกนั่นเองครับ เพราะในฤดูฝนนั้น หากวิสัยทัศน์ในการขับขี่ไม่ดีย่อมเป็นอุปสรรคแก่ผู้ขับขี่อย่างเลี่ยงไม่ได้ อุปกรณ์ปัดน้ำฝนนี่แหละครับที่จะช่วยให้การขับขี่ของเราราบรื่นมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเราจึงควรตรวจสอบยางปัดน้ำฝนว่าอยู่ในสภาพใช้งานได้ดีหรือไม่ หากปัดแล้วเป็นคลื่นไม่เรียบ หรือเวลาปัดแล้วเกิดเสียงดังรบกวนตลอดเวลาก็ควรเปลี่ยนยางปัดน้ำฝนใหม่ นอกจากนี้แล้วเรายังต้องหมั่นตรวจสอบน้ำฉีดกระจกที่อยู่ภายในกระบอกฉีดเป็นประจำอีกด้วย เพราะยามที่กระจกหน้ารถยนต์ของเราเปื้อน น้ำฉีดกระจกก็จะสามารถทำงานควบคู่กับที่ปัดน้ำฝนได้เป็นอย่างดี เพื่อทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดีของเรานั่นเองครับ

3. ยางขอบประตู 

อีกเรื่องที่สำคัญที่เราไม่ควรมองข้ามนั้นยังคงเป็นเรื่องของยางรถยนต์ครับ ซึ่งยางในข้อนี้ก็คือ ยางขอบประตู ซึ่งเป็นจุดเล็กๆ ที่หลายคนมักจะมองข้ามไป แต่ถ้าหากลองนึกภาพว่าเรากำลังขับรถยนต์กลางสายฝนพร้อมกับบนท้องถนนนั้นมีน้ำเจิ่งนอง หากน้ำซึมเข้ามาภายในรถยนต์ได้นั้นแน่นอนครับว่าน้ำฝนจะสร้างความเสียหายภายในรถยนต์ของเราชนิดที่หลายคนคงยิ้มไม่ออกกันอย่างแน่นอน ดังนั้นทางที่ดีเราจึงควรตรวจสภาพยางขอบประตูด้วยครับว่าเสื่อมสภาพการใช้งานหรือยัง หากถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนก็ควรเปลี่ยนโดยไม่ต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายใดๆ เนื่องจากยางขอบประตูมีราคาที่ไม่แพง ดีกว่าการปล่อยให้น้ำฝนสร้างความเสียหายให้ภายในรถยนต์ของเราจนเกิดค่าใช้จ่ายซ่อมราคาแพงนั่นเองครับ

4. อุปกรณ์สำรองต้องมี 

เชื่อว่าหลายคนคงเคยประสบกับปัญหารถติดตอนฝนตก หรือแม้แต่ฝนตกหนักจนไม่สามารถลงจากรถได้เลยก็มี หรือซ้ำร้ายไปกว่านั้นเรายังต้องเจอกับน้ำท่วมขังตอนฝนตกอีกด้วย หากต้องเจอปัญหาเหล่านี้กับตัวเองจริงๆ เราคงสนุกไม่ออกอย่างแน่นอน เพราะถ้าหากจู่ๆ รถยนต์เกิดมีอาการดื้อขึ้นมากลางทาง การมีอุปกรณ์จำเป็นติดรถไว้จึงถือเป็นเรื่องที่ควรทำครับ ไม่ว่าจะเป็นร่มหรือเสื้อกันฝน, พาวเวอร์แบงก์, ไฟฉาย, สายพ่วงรถยนต์ และสายพ่วงแบตเตอรี่ ซึ่งเอาจริงๆ แล้วเราใช้เวลาเตรียมอุปกรณ์ทั้งหมดนี้ไม่ถึง 5 นาทีหรอกครับ แต่อุปกรณ์เหล่านี้แหละที่จะช่วยให้เราอุ่นใจมากขึ้นในยามที่รถเกิดเสียกลางทางในวันที่ฝนตก

5. เช็คแบตเตอรี่ให้ชัวร์ 

และมาถึงข้อสุดท้ายอย่างเรื่องของแบตเตอรี่กันครับ สำหรับอายุการใช้งานของแบตเตอรี่รถยนต์ส่วนใหญ่เฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ 5 ปี หลายคนอาจจะคิดว่าเราเพิ่งเปลี่ยนแบตเตอรี่มาไม่ถึง 5 ปี คงไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน ซึ่งการที่เราคิดแบบนี้ก็เท่ากับประมาทไปแล้วครึ่งหนึ่งครับ เพราะนั่นเท่ากับว่าเราลืมคิดถึงความเป็นจริงที่ว่า ความชื้นของอากาศในหน้าฝนมีผลต่อการทำงานของแบตเตอรี่! นั่นหมายความว่าแบตเตอรี่รถยนต์อาจจะไม่ได้อายุการใช้งานเต็ม 5 ปีนั่นเองครับ เพราะฉะนั้นนอกจากเราจะต้องตรวจเช็คเกจหน้ารถยนต์ที่บอกสถานะของแบตเตอรี่แล้ว ก็ควรหมั่นสังเกตอาการอื่นๆ ของรถยนต์ด้วย โดยเฉพาะอาการสตาร์ทติดๆ ขัดๆ ซึ่งอาจมาจากปัญหาที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่ก็เป็นได้ครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับเคล็ดลับดูแลรถยนต์หน้าฝนที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ หากเตรียมความพร้อมได้ดังนี้แล้ว ไม่ว่าฝนจะตกปรอยๆ หรือกระหน่ำลงมาหนักๆ ก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปครับ

 

ดูรุ่นรถอีซูซุ คลิก
ดูโปรโมชันล่าสุด
คลิก

 

…………………………………………………..

ที่มา : Rabbit Finance, Khaorot, Sanook